คำแนะนำในการซื้อชุดน้ำหนักดัมเบลกับดัมเบลปรับน้ำหนัก

ผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายมือสมัครเล่นมักไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นโปรแกรมของตนที่ไหน 

หากคุณเป็นหนึ่งในนั้นบทความนี้อาจช่วยคุณในการจัดระเบียบความคิดดัมเบลปรับน้ำหนักของคุณเกี่ยวกับการซื้อดัมเบลล์ เช่นเดียวกับบทความบางบทความการซื้อชุดดัมเบลล์ชุดแรกของคุณอาจเป็นงานที่น่ากลัวทีเดียว แม้ว่าคุณจะค้นหาทางออนไลน์เกี่ยวกับหัวข้อต่างๆในการยกน้ำหนักก็ดูเหมือนจะไม่ช่วยคุณ ในความเป็นจริงคุณอาจสับสนมากขึ้นเกี่ยวกับดัมเบลล์ หากคุณจริงจังในการเริ่มต้นศูนย์ออกกำลังกายของคุณเองอ่านเคล็ดลับและเทคนิคเหล่านี้เพื่อช่วยให้คุณได้ชุดดัมเบลที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ

เคล็ดลับ # 1: เลือกระหว่างดัมเบลแบบปรับได้และแบบคงที่

เมื่อพูดถึงการซื้อดัมเบลล์ทุกอย่างจะลดลงเหลือเพียงสองประเภทคือดัมเบลหกเหลี่ยมที่ปรับได้และคงที่ แม้จะมีดัมเบลล์จำนวนนับไม่ถ้วนรวมถึงการออกแบบและผู้ผลิต แต่โปรดทราบว่ามีให้เลือกเพียงสองประเภทเท่านั้น ดัมเบลแบบปรับได้จะปรับตามความต้องการน้ำหนักของคุณ น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นทีละปอนด์เพื่อให้เหมาะสมกับระดับความแข็งแรงของคุณ ตัวอย่างเช่นสตาร์ตเตอร์สามารถยกได้เฉพาะน้ำหนักที่เบาที่สุดและค่อยๆพัฒนาไปพร้อมกับน้ำหนักที่มากขึ้นเมื่อคุณรู้สึกแข็งแรง เมื่อคุณต้องการเลื่อนไปยังระดับที่สูงขึ้นคุณเพียงแค่คลายเกลียวตัวล็อคให้พอดีกับโหลดที่คุณต้องการแล้วขันกลับ สำหรับผู้ผลิตรายอื่นการเปลี่ยนน้ำหนักสามารถทำได้ด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้ง หากคุณเปรียบเทียบการปรับได้กับดัมเบลล์แบบคงที่จะไม่สามารถปรับค่าหลังได้ มีน้ำหนักเท่ากันตลอด ดังนั้นคุณต้องซื้อชุดใหม่ทุกครั้งที่คุณก้าวไปพร้อมกับโปรแกรมการฝึกระดับถัดไป

เคล็ดลับ # 2: ยึดตามวัตถุประสงค์และงบประมาณของคุณ

เมื่อคุณตรวจสอบบทความออนไลน์เกี่ยวกับดัมเบลล์อันดับแรกดัมเบลปรับน้ําหนัก ราคาคุณต้องตั้งเป้าหมายและยึดมั่นกับงบประมาณของคุณ เนื่องจากโฆษณาต่างๆในเน็ตสามารถดึงดูดคุณด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย เมื่อคุณกำหนดวัตถุประสงค์ของคุณมันจะช่วยให้คุณเลือกระหว่างดัมเบลแบบคงที่และแบบปรับได้ หากคุณจริงจังกับโปรแกรมเวทเทรนนิ่งขอแนะนำให้เลือกแบบที่ปรับได้ วิธีนี้จะป้องกันดัมเบลปรับน้ําหนัก มือสองไม่ให้คุณซื้อชุดใหม่ทุกครั้งที่คุณปรับปรุงระดับความแข็งแกร่งของคุณ ตัวอย่างเช่นคุณสามารถเริ่มต้นด้วยน้ำหนักที่น้อยที่สุดและเพิ่มขึ้นทีละ 5 ปอนด์ด้วยการฝึกยกน้ำหนัก ในเวลาที่กำหนดคุณสามารถสร้างกล้ามเนื้อจำนวนมากและได้รับโทนเนอร์และร่างกายที่ใหญ่ขึ้น อย่างไรก็ตามหากคุณตั้งใจจะใช้ดัมเบลล์ในการปรับกล้ามเนื้อของคุณเท่านั้นและคุณไม่ได้ตั้งใจจะใช้เพื่อจุดประสงค์ในการแข่งขัน ชุดดัมเบล hex คงที่เป็นการลงทุนที่ดี เนื่องจากมีราคาไม่แพงมากจึงสามารถพอดีกับงบประมาณจำนวนเท่าใดก็ได้

 

บริการส่งของไปต่างประเทศแบบเร่งด่วนแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

บริการจัดส่งของไปต่างประเทศทั่วทุกมุมโลกกว่า 200 ประเทศ ใช้เวลานำส่ง 2 – 7 วันทำการเท่านั้น โดยบางประเทศที่เป็นศูนย์การจายสินค้าหลัก สามารถจัดส่งสินค้าถึงผู้รับภายในวันเดียว ซึ่งมีอยู่กว่า 10 ประเทศกระจายอยู่ทั่วทุกทวีป ด้วยรูปแบบการบริการแบบ door to door service ไปรับพัสดุภัณฑ์หรือสินค้า ถึงที่จากมือผู้ส่ง ส่งตรงถึงมือผู้รับ พร้อมบริการแพคกิ้ง (Packing) เพื่อทะนุถนอมสินค้า ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด และมั่นใจได้ว่า สินค้าที่จัดส่งไปนั้นถึงมือผู้รับอย่างแน่นอน ผ่านการให้บริการจากบริษัทชั้นนำของโลก อย่าง DHL EXPRESS , FEDEX EXPRESS และ TNT EXPRESS โดยสามารถติดตามสถานะสินค้าการจัดส่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทางเว็บไซต์ และศูนย์บริการ ได้ทุกประเทศทั่วโลก และทำให้คุณได้อุ่นใจได้มากยิ่งขึ้น ด้วยทางเลือกสำหรับการทำประกันภัยเพิ่มเติมที่ ให้คุณได้รับความคุ้มครองจากความเสียหาย และสูญหายจากการขนส่งสินค้าได้เต็มมูลค่าของสินค้า

ไม่เพียงเท่านี้ เรายังทำราคาให้ประหยัดกว่าที่อื่น เพราะเครือข่ายบริการของเราที่กว้าง และปริมาณการขนส่งต่อวันที่สูง ทำให้ช่วยลดต้นทุนให้กับลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม ทำให้มีศักยภาพทางการแข่งขันทางธุรกิจ

แบ่งออกเป็น 2 บริการตามความเร่งด่วนดังนี้

1 บริการส่งของไปต่างประเทศด่วนพิเศษ (International Priority Express: IP) ระยะเวลาการนำส่ง 1 – 3 วันทำการ*

2 บริการส่งของไปต่างประเทศด่วนพิเศษแบบประหยัด (International Economy Express: IE) ระยะเวลาการนำส่ง 5 – 7 วันทำการ*

*ไม่รวมระยะเวลาในการเดินพิธีการศุลกากร

เงื่อนไขการจัดส่งของไปต่างประเทศ

  • ไม่จำกัดจำนวน และน้ำหนักการส่งต่อครั้ง
  • ความยาวของสิ่งที่ต้องการส่งไม่เกิน 220 ซ.ม.
  • ไม่รับส่ง สิ่งผิดกฎหมายทุกประเภท วัตถุอันตราย
  • การจัดส่งของเหลว น้ำยา สารเคมี ต้องแสดงเอกสารประกอบรับรอง (MSDS) จากผู้ผลิตแนบไปกับสินค้าที่จะจัดส่ง
  • การจัดส่งของไปต่างประเทศทุกชนิด ต้องผ่านพิธีการนำเข้าศุลกากรที่ประเทศปลายทาง ซึ่งอาจมีค่าภาษีนำเข้าเกิดขึ้นที่ประเทศปลายทาง
  • ในกรณีที่เกิดค่าภาษีปลายทางผู้รับปลายทางจะต้องเป็นผู้เสียภาษีขาเข้าของปลายทางนั้นเอง
  • กรมศุลกากรของประเทศปลายทางเรียกเก็บค่าภาษีนำเข้า ตามเปอร์เซ็นของแต่ละพิกัดสินค้า และอัตราค่าภาษี ขาเข้าของแต่ละประเทศนั้นต่างแตกกัน
  • การประกันสินค้า ทุกชิปเม้นมีประกันในตัว 750 บาท/กก. เพื่อประกันสินค้าเกิดสูญหายหรือเสียหาย หากลูกค้า ต้องการทำประกันเพิ่มเติมสามารถซื้อประกันเพิ่มในมูลค่า 5% ของราคาสินค้าจริง หรือขั้นต่ำ 500 บาท ซึ่งครอบคลุมการคุ้มครองไม่เกิน 20,000 บาท
  • การเคลมประกันขนส่งของไปต่างประเทศในกรณีสูญหายเสียหาย ลูกค้าต้องมีการแจ้งเข้ามาไม่เกิน 7 วันหลังจากวันที่สินค้า ไปถึงปลายทางเรียบร้อยแล้ว ต้องมีรูปภาพในกรณีที่สินค้าเสียหายจากการขนส่งโดยสภาพที่สินค้าที่เสียหายนั้น ยังคงอยู่ในแพคเกจเดิมที่ขนส่งจากต้นทางมาสู่ปลายทาง
  • ค่าบริการเพิ่มเติม
  • การนำส่งไปยังพื้นที่ห่างไกล (Remote Area) มีค่าบริการเพิ่มขั้นต่ำ 900 บาท หรือ กิโลกรัมละ 25 บาท สามารถตรวจสอบพื้นที่การนำส่งห่างไกล จากรหัสไปรษณีย์และชื่อเมือง
  • พัสดุขนาดใหญ่มาก (Over Size) คือ มีขนาดของด้านใดด้านหนึ่งของบรรจุภัณฑ์เกินกว่า 120 ซม. มีค่าบริการเพิ่ม 1,000 บาท ต่อการจัดส่ง
  • บรรจุภัณฑ์ที่มีน้ำหนักมากเกิน (Over Weight) คือ มีน้ำหนักเกินกว่า 70 Kg. ต่อชิ้น มีค่าบริการเพิ่ม 1,000 บาท
  • บริการบรรจุสินค้าลงกล่องกระดาษมีค่าบริการขั้นต่ำ 50 บาทต่อกล่อง หรือ 10 บาทต่อกิโลกรัม

ข้อมูลเรื่องประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ

ปัจจุบันผู้คนเห็นความสำคัญของการทำประกันชีวิตกันมากขึ้น เพราะจุดประสงค์หลักของประกันชีวิตก็คือการเป็นหลักประกันความมั่นคงสำหรับความไม่แน่นอนในชีวิตของคนเรานั่นเอง โดยเฉพาะคนที่เป็นหลักในการหารายได้ให้กับครอบครัวที่ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะทำประกันชีวิตไว้เพื่อไม่ให้คนข้างหลังต้องลำบากเมื่อมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น

รูปแบบของประกันชีวิตในปัจจุบันนั้นมีความหลากหลายมากขึ้น ทำให้คนส่วนใหญ่เมื่อต้องการอยากทำประกันชีวิตก็ไม่แน่ใจว่าควรจะทำประกันชีวิต แบบไหนดี หากจะทำประกันชีวิตอย่างเดียวก็คุ้มครองแค่กรณีเสียชีวิตอย่างเดียวเท่านั้น ไม่คุ้มครองเมื่อเจ็บป่วย หรือจะทำประกันชีวิตแบบที่มีประกันสุขภาพพ่วงด้วย แต่กังวลว่าค่าเบี้ยจะแพงหรือไม่ คุ้มค่าหรือไม่ หรือจะทำประกันสุขภาพอย่างเดียวแยกต่างหากเลย คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่ทำให้หลายคนลังเลไม่แน่ใจว่าควรเลือกประกันชีวิตแบบไหนดี

ข้อมูลเรื่องประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพนั้น เราสามารถสอบถามโดยตรงได้ที่บริษัทประกันชีวิต ตัวแทน นายหน้า หรือจะเป็นการอ่านข้อมูลตามกระทู้ต่าง ๆ ที่มีคนมาตั้งคำถามเอาไว้ก็ได้ เช่น ลองพิมพ์ค้นหาด้วยคำว่า เลือกประกันสุขภาพ pantip ก็จะมีกระทู้ยอดนิยมที่มีผู้รู้เข้ามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกทำประกันสุขภาพที่น่าสนใจอย่างมากมาย

สำหรับข้อดีของการทำประกันสุขภาพอย่างเดียว ก็คือเราไม่ต้องซื้อพ่วงกับประกันชีวิตที่หลายคนมองว่าเป็นภาระผูกพันในระยะยาว ค่าเบี้ยประกันจะถูกกว่าแบบที่ซื้อพ่วงกับประกันชีวิต แต่มีข้อเสียคือ ประกันสุขภาพเป็นการจ่ายเบี้ยเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองแบบปีต่อปี จะไม่ต่อสัญญาในปีต่อไปก็ได้ หลายคนคิดว่ามีประกันสุขภาพที่เป็นสวัสดิการที่บริษัททำให้พนักงานไว้แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำประกันสุขภาพอีก อาจต้องพิจารณาใหม่เพราะประกันสุขภาพแบบกลุ่มส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความคุ้มครองที่เพียงพอ

ส่วนการทำประกันสุขภาพพ่วงกับการทำประกันชีวิตไปด้วยนั้น ส่วนของประกันชีวิตจะเป็นสัญญาผูกพันระยะยาว ซึ่งมองได้สองแง่ บางคนอาจมองว่าเป็นข้อผูกพันระยะยาวที่เราจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ แต่ถ้ามองอีกแง่ ข้อดีก็คือโอกาสที่บริษัทจะยกเลิกสัญญานั้นน้อยมาก ทำให้เราสามารถซื้อประกันสุขภาพพ่วงไปกับประกันชีวิตได้ทุกปีตามที่เราต้องการ ซึ่งต่างจากการทำประกันสุขภาพอย่างเดียว และเมื่อเปรียบเทียบค่าเบี้ยประกันสุขภาพกับแบบประกันสุขภาพอย่างเดียว ค่าเบี้ยประกันแบบซื้อพ่วงประกันชีวิตถึงแม้จะแพงกว่า แต่ก็ได้รับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตด้วย เป็นเงินก้อนที่คนในครอบครัวจะได้รับไป ประกันสุขภาพที่ซื้อพ่วงประกันชีวิตนั้นยังมีความคุ้มครองหลากหลายที่เราสามารถเลือกได้เอง ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายห้องพักในโรงพยาบาลสูงสุดต่อคืน ค่าประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย และค่าประกันชีวิต

แล้วเลือกประกันสุขภาพที่ไหนคุ้ม อันนี้เราคงต้องเปรียบเทียบความคุ้มครองที่ได้รับจากหลายๆ บริษัทว่าด้วยความคุ้มครองที่ใกล้เคียงกันที่เราต้องการ ค่าเบี้ยที่ไหนถูกสุด ข้อเสนอและเงื่อนไขการทำประกันของที่ไหนน่าสนใจกว่ากัน เช่น มีส่วนลดหากไม่ป่วยหรือไม่เคลม สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาล เป็นต้น

Bill Gates กล่าวว่าการทดสอบ coronavirus ของสหรัฐฯยังคงเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างแท้จริง

Bill Gates ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft และผู้ใจบุญด้านสุขภาพระดับโลกกล่าวเมื่อวันอังคารว่า เป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างแท้จริง ที่สหรัฐฯยังไม่ได้จัดการทดสอบโคโรนาไวรัส

บางประเทศสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาได้ภายใต้การควบคุมผ่านการปิดกั้นที่มีประสิทธิภาพเขากล่าวในงาน The Wall Street Journal CEO Summit เกตส์ยอมรับว่าการปิดระบบดังกล่าว ยากที่จะดำเนินการในประเทศส่วนใหญ่ แต่เสริมว่าประเทศอื่น ๆ สามารถปรับใช้การทดสอบเพื่อช่วยให้การระบาดอยู่ภายใต้การควบคุม

ประเทศอื่น ๆ ทำการทดสอบได้ดีมากในช่วงแรกพวกเขาเปิดใช้งานภาคการค้า เขากล่าว ในสหรัฐอเมริกาจนถึงทุกวันนี้ที่คุณไม่ได้รับผลการทดสอบอย่างรวดเร็วมันเป็นเรื่องน่าเศร้าจริงๆที่เราไม่ได้จัดการทดสอบ

ในขณะที่เวลาตอบสนองโดยเฉลี่ยดีขึ้นอย่างมากทั่วสหรัฐอเมริกาจากช่วงก่อนหน้านี้ในการระบาดตามที่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางเกตส์ได้วิพากษ์วิจารณ์ห้องปฏิบัติการเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่องและรัฐบาลสหรัฐฯไม่ได้ปรับปรุงเวลาในการประมวลผลให้ดียิ่งขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขหลายคนกล่าวว่าค่าของการทดสอบจะลดลงยิ่งต้องใช้เวลานานขึ้นในการส่งคืนผลลัพธ์ให้กับผู้ที่อาจติดเชื้อ

พล.อ. Brett Giroir ผู้ช่วยเลขานุการของ HHS ซึ่งเป็นผู้นำในการทดสอบของสหรัฐฯได้ย้ำว่าการทดสอบเพียงอย่างเดียวไม่ใช่การแทรกแซงด้านสาธารณสุขที่สามารถนำการระบาดมาภายใต้การควบคุม แต่ผู้สนับสนุนการทดสอบที่แพร่หลายและรวดเร็วมากขึ้นกล่าวว่าความพร้อมของการทดสอบอย่างรวดเร็วจะกระตุ้นให้ผู้คนแยกตัวออกหากพวกเขาทดสอบในเชิงบวกดังนั้นจึงเป็นการตัดสายส่ง แทนการทดสอบอย่างรวดเร็วอาจทำให้ผู้ติดเชื้อแพร่กระจายไวรัสโดยไม่รู้ตัว

Gates กล่าวว่าการลงทุนในการทดสอบมากขึ้นและรวดเร็วเป็นวิธีที่ดีในการตรวจสอบไวรัสโดยไม่ก่อให้เกิดภัยพิบัติทางเศรษฐกิจจากสิ่งที่เรียกว่า lockdowns สหรัฐฯไม่เคยออกมาตรการใด ๆ และจีนพิสูจน์แล้วว่าหากคุณทำการปิดกั้นอย่างมีประสิทธิภาพคุณสามารถทำให้โรคร้ายกลายเป็นศูนย์ได้ เขากล่าว มันสุดยอดมากมันยากที่จะดำเนินการในประเทศส่วนใหญ่ แต่พวกเขากลับเป็นศูนย์

ประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสในเดือนธันวาคมมีรายงานผู้ป่วยทั้งหมด 90,660 รายตามข้อมูลที่รวบรวมโดยมหาวิทยาลัย Johns Hopkins ประเทศนี้ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ที่ได้รับการยืนยันมากกว่าสองสามรายต่อวันในเดือนกันยายนข้อมูลของ Johns Hopkins แสดงให้เห็น

ในทางกลับกันสหรัฐฯยังคงรายงานผู้ป่วยรายใหม่มากกว่า 40,000 รายต่อวันตามข้อมูลของ Johns Hopkins Gates กล่าวว่านักวิทยาศาสตร์รู้ข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสมากกว่าที่เคยทำในเดือนมีนาคมและสังคมสามารถควบคุมการระบาดของโรคได้โดยไม่ต้องปิดกั้นโดยกำหนดเป้าหมายสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงเช่นบาร์ร้านอาหารและงานปาร์ตี้

ผู้คนเบื่อหน่ายกับการถูก จำกัด เขากล่าว และความชัดเจนของความเป็นผู้นำเกี่ยวกับ เดี๋ยวก่อนนี่ช่วยชีวิตคนได้ อ่อนแอเป็นพิเศษในสหรัฐฯและอีกสองสามประเทศแม้แต่สิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับสิ่งที่เราไม่ควรทำโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะเกิดขึ้น เพื่อผลักดันตัวเลขให้สูงขึ้นเราไม่สามารถดำเนินการได้

เกตส์กล่าวเพิ่มเติมว่าเกาหลีใต้และออสเตรเลียเป็นเพียงไม่กี่ประเทศที่ตอบสนองอย่างรุนแรงต่อไวรัสและทำให้การแพร่ระบาดอยู่ภายใต้การควบคุม เขากล่าวว่าประเทศเหล่านี้และประเทศอื่น ๆ มีประสบการณ์ในการตอบสนองต่อการระบาดของโรคซาร์สในปี 2545 ดังนั้นจึงมีการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับการแพร่ระบาดได้ดีขึ้น

เนื่องจากนี่เป็นเหตุการณ์ชี้แจงความฉลาดเพียงเล็กน้อยในช่วงต้นทำให้เกิดความแตกต่างอย่างมาก เขากล่าว ฉันคิดว่าครั้งนี้เราจะได้เรียนรู้และเราจะมีนวัตกรรมดังนั้นในครั้งต่อไปที่สิ่งนี้เกิดขึ้นเราจะทำได้ดีขึ้น แต่เรายังคงรับมือกับความผิดพลาดของเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม

 

เลือกใช้ปั๊มลมอุตสาหกรรมอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

ปั๊มลมเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญในการใช้งานกิจการอุตสาหกรรม การเลือกปั๊มลมที่เหมาะสมกับความต้องการสามารถสร้างความแตกต่างในการทำงานได้อย่างชัดเจน และมีคุณสมบัติใดบ้างที่ต้องพิจารณาสำหรับเลือกใช้งานปั๊มลมอุตสาหกรรม

โดยทั่วไปแล้ว ปั๊มลมอุตสาหกรรม ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในทุกอุตสาหกรรม โดยปั๊มลมที่เป็นที่นิยมมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ ปั๊มลมลูกสูบระบบสายพาน และ ปั๊มลมระบบสกรู ซึ่งสามารถพบเห็นได้ในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป ไม่ว่าขนาดเล็กหรือใหญ่

ในส่วนของ งานช่าง อู่รถยนต์ ศูนย์ซ่อมบริการ โรงงาน หรือ อุตสาหกรรมที่ใช้ปริมาณลมไม่มาก และไม่ได้ใช้ชั่วโมงการทำงานตลอดทั้งวัน ปั๊มลมลูกสูบระบบสายพานถูกนำไปใช้อย่างต่อเนื่องจากการบำรุงรักษาง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก ปั๊มลมอุตสาหกรรม ในส่วนของอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้ปริมาณลมที่สูงและต้องการคุณภาพลมที่ต่อเนื่องปั๊มลมระบบสกรูถูกนำไปตอบโจทย์เรื่องการประหยัดพลังงานและความดันที่คงที่

หลักเกณฑ์ในการเลือกใช้ปั๊มลมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน

ปั๊มลมลูกสูบระบบสายพาน ถูกนำไปใช้กลุ่มงานที่ใช้ปริมาณลมไม่มากและไม่ได้ใช้ต่อเนื่องตลอดวัน ปั้มลมลูกสูบระบบสายพาน มีราคาย่อมเยา ดูแลและซ่อมบำรุงรักษาง่าย ราคาอะไหล่ไม่แพง และเป็นที่คุ้นเคยของผู้ใช้งาน รวมถึงสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก สามารถนำมาแบ่งแยกการใช้เป็นยูนิต ๆ ได้สะดวก ในอีกด้านนึงปั๊มลมลูกสูบระบบสายพานมีข้อจำกัดในเรื่อง ของปริมาณลมที่ต้องการปริมาณลมมาก อีกทั้งมีเสียงที่ไม่นิ่งเรียบ และการใช้งานต่อเนื่องโดยไม่พักที่ไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้องอาจะเป็นผลให้เครื่งอมีการชำรุด

ปั๊มลมระบบสกรู ที่เป็นที่นิยม มี 2 รูปแบบ ได้แก่
1. ระบบหล่อลื่นด้วยน้ำมัน (Oil-Flooded)
2. ปั๊มลมระบบหล่อลื่นที่ไม่ใช้น้ำมัน (Oil-free)

ปั้มลมระบบสกรูนั้นให้ประสิทธิภาพในการทำลมได้ปริมาณที่สูงและต่อเนื่องเป็นเวลานาน มีเสียงเรียบนิ่ง ประหยัดพังงานไฟฟ้าได้ดี แม้จะมีข้อจำกัดในเรื่องของราคาและการบำรุงรักษาที่ต้องมีการดูแลอย่างต่อเนื่องโดยช่างผู้ชำนาญ

ปั๊มลมระบบสกรูเป็นที่แพร่หลายในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป ด้วยประสิทธิภาพการผลิตลมได้อย่างต่อเนื่องให้ปริมาณลมได้สูง โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นต้นกำลังในการหมุนเพลาสกรู 2 ตัวให้หมุนเข้าหากันทำให้เกิด แรงอัดอากาศ ทำให้ความดันลมที่สม่ำเสมอ โดยปริมาณลมและแรงดันลมขึ้นอยู่กับกำลังของมอเตอร์ รวมถึงการออกแบบของชุดหัวสกรู ยิ่งกำลังสูงตัวเครื่องอัดลมก็สามารถผลิตปริมาณลมได้มาก ซึ่งปั๊มลมระบบนี้มีระบบระบายความร้อนด้วยอากาศและ ระบบระบยายความร้อนด้วยน้ำ

การเปลี่ยนเครื่องอัดลมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

ประสิทธิภาพของเครื่องอัดลม เป็นตัวแปรที่สำคุญมากต่อการใช้พลังงานในระบบอัดอากาศ เนื่องจาก เครื่องอัดลมมีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวทำให้เกิดการสึกหรอตลอดเวลา และเมื่อมีอายุการใช้งานนาน อาจจะส่งผลให้เกิดความสูญเสียเนื่องจากการทำงานที่มีประสิทธิภาพต่ำลงได้มากกว่า 50% เมื่อเทียบกับเครื่องอัดลมชุดใหม่ เนื่องจากสาเหตุหลัก 3 ประการ คือ ประสิทธิภาพของตัวเครื่องที่ลดลง เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น และการบำรุงรักษาที่สม่ำเสมอ

ดังนั้น ควรประเมินความคุ้มค่าในการใช้เครื่องอัดลม และการประหยัดพลังงานไฟฟ้าเปรียบเทียบกับประสิทธิภาพของเครื่องอัดลม อยู่เสมอเพื่อทราบถึง “ประสิทธิภาพจริง” เพื่อเปรียบเทียบในการเปลี่ยนเครื่องอัดลมทุกครั้ง