วิธีการเลือกโคมตะแกรงอลูมิเนียมหลอดไฟ LED

การเลือกโคมตะแกรงอลูมิเนียม ไม่ทำให้เกิดปัญหาตามมา แต่ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาที่เจ้าของกิจการหรือผู้ใช้โคมตะแกรงอลูมิเนียมจริงๆ มักจะเจอ หากไม่ได้กำหนดสเปคของโคมตะแกรง หรือเลือกซื้อโคมตะแกรงอย่างรู้เท่าทันผู้จัดหา นั่นก็คือ คุณภาพของโคมตะแกรงที่ช่างไฟ ผู้รับเหมา หรือผู้ที่รับโปรเจคจัดหามาให้ไม่เป็นไปตามที่ผู้ใช้งานคาดหวัง บางรายพบว่า โคมตะแกรงอลูมิเนียมดูไม่เงา หมอง ซึ่งนอกจากจะทำให้โดยรวมแล้วโคมตะแกรงดูราคาถูก ยังส่งผลกระทบต่อแสงที่สะท้อนจากตัวโคมตะแกรง ซึ่งนั่นทำให้พื้นที่โรงงาน,สำนักงานหรืออฟฟิศของคุณไม่สว่างเต็มที่ตามความต้องการ ส่งผลต่อบรรยากาศการทำงานของพนักงานในออฟฟิศโดยตรง

นอกจากนี้ ผู้ใช้งานบางรายยังต้องปวดหัวและกลุ้มใจกับปัญหาโคมตะแกรงอลูมิเนียมเมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเริ่มแสดงอาการเมื่อใช้งานโคมตะแกรงไปสัก 1-3 ปี โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากคุณภาพของตัวโคมตะแกรงอลูมิเนียมที่ไม่ได้มาตรฐาน ผลิตจากคุณภาพต่ำ หรือกระบวนการผลิตที่ไม่สมบูรณ์ 100% เพื่อเน้นขายโคมตะแกรงราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว ว่ากันตามตรงแล้ว จะโทษช่างไฟ ผู้รับเหมา หรือผู้ที่ดูแลโปรเจคไฟของคุณอย่างเดียวก็คงไม่ถูกต้องนัก เพราะบ่อยครั้งที่ช่างไฟและผู้รับเหมามาติดต่อโรงงานผลิตโคมตะแกรงอลูมิเนียมด้วยโจทย์ของเจ้าของกิจการหรือออฟฟิศว่าต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ขอเลือกโคมตะแกรงราคาถูกไว้ก่อน หรือบางรายบอกแม้กระทั่งว่า เจ้าของเงินไม่ได้กำหนดสเปคโคมตะแกรงมาเลย ขอโคมตะแกรงอะไรก็ได้ที่ติดตั้งบนฝ้าที่ต้องการได้ โดยจะเทียบราคาจากหลายๆ โรงงาน แล้วตัดสินใจเลือกเจ้าที่ให้ราคาถูก

วิธีเลือกโคมตะแกรงอลูมิเนียมที่ อยากแนะนำมีดังนี้
1.โรงงานผลิตต้องมีมอก.
โรงงานที่ผลิตจะต้องได้รับการรับรองผลิตภัณฑ์มาตรฐาน มอก. โดยโคมตะแกรงอลูมิเนียมที่ดีจะต้องถูกผลิตอย่างมีคุณภาพและปลอดภัย ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อการใช้ประโยชน์ทางด้านแสงสว่างให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตัวโคมและแผ่นอลูมิเนียมสะท้อนแสงควรถูกออกแบบมาให้มีการกระจายแสงในมุมและทิศทางที่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด
2. วัตถุดิบและกระบวนการผลิตคุณภาพดี
วัตถุดิบที่ใช้ผลิตโคมตะแกรงอลูมิเนียมที่ดีควรสินค้าได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นการผลิตที่คุณภาพสูง จะได้ความเงาของโคมตะแกรง 87% ผลิตด้วยกระบวนการอโนไดซ์ (Anodize) ไม่ควรเลือกโคมตะแกรงที่ผลิตด้วยกระบวนการ Laminate เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องโคมตะแกรงอลูมิเนียมพองแล้วเหลือง หรือหลุดลอกออกจากแผ่นตลอดอายุการใช้งาน โดยโคมตะแกรงอลูมิเนียมที่ผลิตจากวัตถุดิบและกระบวนการผลิตคุณภาพสูงจะมีอายุการใช้งานนานกว่า 20 ปีโดยไม่มีปัญหาใดๆ ต่างจากโคมตะแกรงอลูมิเนียมราคาถูก ต้นทุนต่ำ ที่ผู้ใช้งานบางรายต้องเสียเงินเปลี่ยนใหม่ยกแผงหลังจากใช้งานไปได้ไม่กี่ปี

นอกจากนี้ โคมตะแกรงอลูมิเนียมจากโรงงานที่ดีต้องมีแผ่น Adhesive Film ปิดทับแผ่นอลูมิเนียมสะท้อนแสงอีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องกันการขูดขีดก่อนถึงมือผู้ใช้งานจริง
สีฝุ่นที่ใช้ในการพ่นอบคือ สีฝุ่นอีพ็อกซี่โมดิฟายด์ (Epoxy Modify) ซึ่งเป็นสีฝุ่นคุณภาพมีความเงางามสูงภายใต้ระบบอิเลคโทรสแตติคส์ (Electrostatics) ทำให้สียึดเยาะได้เป็นอย่างดี ทนทานต่อรังสีอัลตราไวโอเล็ต (UV) และคงทนต่อสภาวะแวดล้อมทั่วไป

ดังนั้นการเลือกโคมตะแกรงอลูมิเนียมให้ตรงกับการใช้งานโคมตะแกรงอลูมิเนียม มีทั้งแบบฝังฝ้ายิปซั่ม ฝังฝ้าทีบาร์ และติดลอย ก่อนอื่นต้องดูก่อนว่าฝ้าของโรงงานเป็นแบบใด ฝ้ายิปซั่มคือฝ้าฉาบเรียบ ฝ้าทีบาร์มีลักษณะเป็นช่องสีเหลี่ยม ส่วนโคมตะแกรงอลูมิเนียมติดลอยเหมาะสำหรับติดตั้งแบบติดลอยบนเพดานปูนฉาบหรือแผ่นไม้แข็ง จะไม่ได้ฝังลงไปที่ตัวฝ้าลำดับต่อไปควรพิจารณาขนาดของโคมตะแกรงและจำนวนหลอดไฟต่อโคม ซึ่งส่งผลต่อขนาดของการเจาะฝ้า (หากเลือกเป็นโคมตะแกรงอลูมิเนียมฝังฝ้ายิปซั่มหรือทีบาร์) และส่งผลต่อปริมาณแสง โดยยิ่งจำนวนหลอดไฟมากจะยิ่งให้แสงสว่างมาก เช่น โคมตะแกรงอลูมิเนียมที่ได้รับความนิยมอย่าง 2x36w คือ โคมตะแกรงอลูมิเนียมแบบที่ใส่หลอดไฟ 2 หลอด ถ้าใช้หลอดไฟนีออนธรรมดา จะเป็นหลอดไฟยาว 36w แต่ถ้าเป็นหลอดไฟLED จะเป็นหลอดไฟยาว18w โดยขนาดโคมคือ 30×120 cm

โคมโรงงานที่นิยมมาก คือแผ่นท้องอลูมิเนียมได้รับความนิยมมากกว่า ถึงแม้โคมโรงงานแผ่นท้องขาวจะดูสวยงามสะอาดตา แต่เรื่องการให้ความสว่างคงต้องยกให้โคมโรงงานแผ่นท้องอลูมิเนียม ส่วนจำนวนหลอดไฟและจำนวนวัตต์นั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้งานและจุดที่ต้องการนำไปติดตั้งเป็นที่สำคัญ